ข้าวเหนียวมะม่วง ตัวการของความอ้วนที่ร้ายกาจ

Share Button

อาหารที่เรากินกันอยู่ในชีวิตประจำวันหรือได้พบเห็นนั้น ส่วนใหญ่มักทำให้เกิดโรคอ้วน หรือการสะสมไขมันมากเกินไปในร่างกายได้ทั้งสิ้น เพราะในปัจจุบันนี้เราไม่ค่อยได้ควบคุมโภชนาการอาหารอย่างมีวินัย และเลือกกินตามใจปาก จนต้องมานั่งเสียใจเมื่อรู้ตัวอีกทีก็อ้วนเสียแล้ว

ของหวาน เป็นอาหารที่หลายๆ คนโปรดปรานเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อทานแล้วช่างมีความสุข อารมณ์ดี และผ่อนคลายความเครียดได้อย่างมาก หน้ามะม่วงเวียนมาถึงอีกแล้ว มองไปทางไหนก็มีข้าวเหนียวมะม่วงอยู่เต็มไปหมด สีเหลืองเชิญชวน ยั่วยวนเสียเหลือเกิน แต่ผู้ที่ชอบทานข้าวเหนียวมะม่วง หรือชอบทานข้าวเหนียวน้ำกะทิต่างๆ นั้น คงทราบกันดีอยู่แล้วว่า เป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง แคลอรี่สูง และทำให้อ้วนได้ง่ายๆ แม้ว่าข้าวเหนียวมะม่วง จะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้มื้ออาหาร อิ่มท้อง และได้รับวิตามินเอและอีจากกะทิ แต่ก็มีผลเสียต่อร่างกายหลายอย่าง หากไม่รู้จักทานอย่างเหมาะสม เช่น

– มีแคลอรี่สูง ทำให้น้ำหนักเกินได้
– แป้งข้าวเหนียวเปลี่ยนเป็นไขมันไตรกลีเซอไรด์ได้ ถ้าหนักข้าวเหนียวเกินไปทำให้เกิดอาการไขมันจุกตับได้
– กะทิและข้าวเหนียวมีธาตุเค็มที่เร่งให้เกิดความดันโลหิตสูงได้
– มะม่วงสุกหวานกับข้าวเหนียวหวานมันกระตุ้นอาการอักเสบ ร้อนในได้
– ถ้ากินร่วมกับอาหารมื้อหลักอาจทำให้นอนไม่หลับหรือรู้สึกไม่สดชื่นเพราะให้พลังงานสูงมาก ทำให้อิ่มเกินไป และจุกแน่นได้
หากต้องการรับประทานข้าวเหนียวมะม่วงจริงๆ เราก็เข้าใจค่ะ และขอแนะนำวิธีรับประทานข้าวเหนียวมะม่วงที่จะทำให้ไม่อ้วน หรือไม่รับแคลอรี่เข้าร่างกายมากจนเกินไป
1. ให้หนักมะม่วงมากกว่าข้าวเหนียว
2. ควรใช้ข้าวเหนียวดำแทน เพราะมีไฟเบอร์และสารแอนตี้ออกซิแดนท์ชั้นดี
3. ควรทานเป็นมื้อหลัก ไม่ใช่มื้ออาหารว่าง หรือหลังจากรับประทานมื้อหลัก
4. ให้ทานทีละน้อยๆ ในสัดส่วน 2:1 เช่น มะม่วง 1 ลูก ต่อข้าวเหนียวเท่าปริมาณมะม่วงครึ่งลูก เป็นต้น
5. ควรเน้นทานในมื้อกลางวัน หรือบ่ายๆ เพื่อจะได้อิ่มท้องได้ตลอดทั้งวัน

หากเรารู้จักทานให้พอเหมาะ ทานให้พอหายอยาก หรือค่อยๆ ลดปริมาณจนตัดอาหารบางอย่างที่แคลอรี่สูงออกไปได้ ก็จะช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น และมีสุขภาพดีขึ้นอีกด้วย และอีกหนึ่งวิธีที่คุณสามารถทำได้คือให้อาหารเสริมลดน้ำหนัก praya by LB เป็นตัวช่วยเพื่อการลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพของคุณอีกแรงค่ะ