ป้องกันผิวหน้าจากปัญหา “กระ” ด้วยการรู้จักสาเหตุของการเกิด

Share Button

กระ เป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่สร้างความกลุ้มใจให้กับผู้ที่มีปัญหาอย่างมาก เพราะเมื่ออายุมากขึ้น กระก็สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย แต่รักษาได้ยาก หรืออาจไม่สามารถจัดการทั้งหมดได้ รวมถึงต้องใช้เวลาในการรักษานาน ซึ่งก็สามารถเกิดขึ้นอีกได้
ผลิตภัณฑ์ dr.jill มีความเข้าใจในความกังวลใจของผู้ที่ประสบปัญหากระ แต่ก่อนที่เราจะเลือกวิธีรักษา เราจะต้องทราบเสียก่อนว่ากระแต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร และเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เพื่อให้เราสามารถปกป้องผิวหน้าจากการเกิดกระได้
กระคืออะไร

กระ เป็นความผิดปกติของสีผิว มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาล มักเกิดกระจายอยู่ทั่วไปหน้า เกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง และมักที่จะเกิดขึ้นบนผิวในบริเวณที่ถูกแสงแดด เช่น ใบหน้า ลำคอ แขน เป็นต้น หรือเกิดขึ้นจากกรรมพันธุ์ กระมักที่จะมีสีเข้ม ซึ่งจะมีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นในฤดูร้อนที่มีแสงแดดแรง และจางลงในฤดูหนาว

ประเภทของกระ
กระ สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ
1. กระตื้น
มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ มักมีขนาดไม่เกิน 0.5 เซนติเมตร มักเกิดขึ้นกระจายอยู่ทั่วบนใบหน้า เมื่อถูกแสงแดดมักจะมีสีที่เข้มขึ้น แต่หากไม่โดนแสงแดดในระยะเวลานาน สีของกระจะเริ่มจางลงไปได้เอง
2. กระลึก
มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเทา เห็นเป็นเงาลึก ส่วนใหญ่มักจะพบว่าขึ้นอยู่ในบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง
3. กระเนื้อ
มีลักษณะเป็นตุ่มสีน้ำตาล หรืออาจเป็นสีดำ เป็นก้อนเล็กๆ อาจจะมีผิวที่เรียบหรือผิวที่ขรุขระก็ได้ บางครั้งอาจมีลักษณะคล้ายกับหูด มักพบในบริเวณใบหน้า หรือลำคอ
4. กระแดด
มีลักษณะเป็นดวงสีน้ำตาล ผิวเรียบ ส่วนใหญ่มักพบว่าเกิดขึ้นในกลุ่มของผู้สูงอายุ หรือคนที่ต้องทำงานท่ามกลางแสงแดดในระยะเวลานานๆ นอกจากนี้กระแดดมักที่จะพบมากในกลุ่มผู้หญิงเอเชียเนื่องจากเกิดการสร้างเซลล์เม็ดสีขึ้นผิดที่

แม้ว่าสาเหตุหลักๆ ของผู้ที่เป็นกระ มักพบว่าเกิดจากกรรมพันธุ์เป็นส่วนใหญ่ แต่แสงแดดก็เป็นปัจจัยสำคัญ และเป็นอาหารอย่างดีของกระ ดังนั้น เราจึงต้องป้องกันตนเองจากแสงแดดให้มากที่สุด และหมั่นรักษาอย่างเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง