บทความน่ารู้

การจัดการบ่อกุ้งด้วยจุลินทรีย์อีเอ็มคืออะไร

Posted by on 3:41 pm in 7. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on การจัดการบ่อกุ้งด้วยจุลินทรีย์อีเอ็มคืออะไร

การจัดการบ่อกุ้งด้วยจุลินทรีย์อีเอ็มคืออะไร

ในปัจจุบันนี้ นอกจากกุ้งแม่น้ำ หรือกุ้งทั่วไปจะเป็นที่นิยมในการบริโภคแล้ว กุ้งฝอยก็ยังคงได้รับความนิยมมากเช่นกัน อีกทั้งมีราคาดี กุ้งฝอย แต่เดิมนั้นพบได้ในแหล่งน้ำต่างๆ แต่เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมและการบุกรุกต่างๆ ทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยของกุ้งฝอยในธรรมชาติลดน้อยลง จึงทำให้มีเกษตรกรหันมาเลี้ยงกุ้งฝอย และเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าจะสร้างรายได้ที่ดีให้กับเกษตรกรได้ กุ้งฝอยนั้น เลี้ยงได้ในหลายลักษณะเหมือนกับการเลี้ยงปลา หรือกุ้ง ทั้งกระชัง กระชังบก ในบ่อ เป็นต้น กุ้งฝอย เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจทางเลือกหนึ่งที่สามารถเลี้ยงไว้เพื่อบริโภคในครัวเรือน หรือจะเลี้ยงเชิงพาณิชย์เพื่อการค้าก็ได้ กุ้งฝอย เป็นกุ้งน้ำจืดขนาดเล็ก พบได้ทั่วไปในภูมิภาคของประเทศไทย นิยมนำมาบริโภคกันทั่วไป ประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น กุ้งเต้น ทอดมันกุ้ง กุ้งฝอยทอด พล่ากุ้ง จ่อมกุ้ง ซึ่งกุ้งฝอยมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งโปรตีนและแคลเซียม ลักษณะโดยทั่วไปของกุ้งฝอย ชอบซ่อนตัวอยู่ตามใต้ก้อนหินหรือเกาะตามพรรณไม้น้ำ ชอบอาศัยอยู่ในน้ำนิ่งหรือไหลเอื่อยๆ ชอบน้ำขุ่น ลึกไม่เกิน 1 เมตร มีอินทรียวัตถุทับถมกัน กุ้งฝอยจะผสมพันธุ์ภายใน โดยเพศเมียจะมีไข่ขนาดเล็กๆ อยู่ในหัวและเมื่อได้รับการผสมแล้ว จะเคลื่อนที่มาอยู่บริเวณท้อง จนกว่าไข่จะแก่ เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ถ้าไข่เขียวเข้มจนเป็นสีเทาแสดงว่าไข่แก่ สภาพน้ำที่เหมาะกับการเลี้ยงกุ้งคือน้ำขุ่นเพราะจะทำให้กุ้งเจริญเติบโตได้ดีมากกว่าน้ำใส และกุ้งฝอยจะชอบน้ำที่มีสีเขียวมีแพลงก์ตอนพืชและไรแดง การจัดการบ่อกุ้งด้วยจุลินทรีย์อีเอ็ม การบำบัดน้ำในบ่อกุ้งจะใช้จุลินทรีย์อีเอ็มขยายเทลงบ่อทุกๆ 7 วัน ครั้งละ 1 ขวด เพื่อเป็นการบำบัดน้ำและเพิ่มออกซิเจนในน้ำ รวมทั้งสามารถบำรุงให้กุ้งฝอยเจริญเติบโตได้ดีขึ้นด้วย การขยายน้ำจุลินทรีย์อีเอ็มเพื่อใช้ในบ่อกุ้ง ส่วนผสม – หัวเชื้อจุลินทรีย์อีเอ็ม จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ – กากน้ำตาลหรือน้ำอ้อยสด จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ – น้ำสะอาด จำนวน 1 ลิตร บรรจุอยู่ในขวดพลาสติกขนาด 1.25 ลิตร จำนวน 1 ขวด วิธีการทำ – เทกากน้ำตาล ผสมหัวเชื้อจุลินทรีย์อีเอ็ม อย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วเทลงในขวดน้ำพลาสติกที่เตรียมไว้ – ปิดฝาให้สนิทเขย่าให้เข้ากัน ตั้งไว้ในที่ร่ม ประมาณ 7 วัน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เรียกว่า จุลินทรีย์อีเอ็มขยาย เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถจัดการกับบ่อกุ้ง บำบัดและเพิ่มออกซิเจนในน้ำ...

read more

ดรายแชมพู เคล็ดลับผมสวยของสาวยุคนี้

Posted by on 4:05 am in 7. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on ดรายแชมพู เคล็ดลับผมสวยของสาวยุคนี้

ดรายแชมพู เคล็ดลับผมสวยของสาวยุคนี้

ในแต่ละยุคแต่ละสมัย สูตรเพื่อการดูแลเส้นผมให้เงางามนั้นก็จะแตกต่างกัน และมีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ จามยุคสมัยและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า สำหรับในยุคนี้ เราได้รู้จักกับดรายแชมพู อีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลเส้นผมที่คนยุคนี้ต้องไม่พลาด ดรายแชมพู (Dry Shampoo) หรือสเปรย์สระผมแห้งนั้น ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำความสะอาดเส้นผมอย่างหนึ่ง ที่นอกจากจะช่วยลดความมันบนหนังศีรษะได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังช่วยทำให้เส้นผมหนาหนุ่ม ดูมีวอลุ่ม และอยู่ทรงสวยยาวนานตลอดวัน ในยุครีบเร่งเช่นนี้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยมีเวลาสระผม หรือในบางครั้งก็แอบขี้เกียจที่จะสระผม ดรายแชมพู หรือสเปรย์สระผมแห้ง ถือเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด เพราะตัวสเปรย์จะช่วยทำความสะอาดเส้นผม ลดความมันบนหนังศีรษะ แถมยังเพิ่มความหอมให้กับเส้นผมได้ดีราวกับเพิ่งสระผมมาหมาดๆ การจะใช้ดรายแชมพูให้มีประสิทธิภาพจะต้องปฏิบัติดังนี้ 1. ฉีดสเปรย์สระผมแห้งหรือดรายแชมพูลงตรงโคนผม ไม่ควรฉีดใกล้เกินไป เพราะจะทำให้ละอองสเปรย์กระจายไม่ทั่วถึง และเกิดคราบขาวติดเส้นผมได้ ทางที่ดีควรฉีดให้ห่างจากหนังศีรษะประมาณ 5-6 นิ้ว โดยยกผมเป็นช่อๆ เพื่อให้สเปรย์ลงตรงโคนผมพอดี 2. ไม่ควรฉีดดรายแชมพูมากจนเกินไป เพราะจะทำให้เส้นผมจับตัวเป็นก้อนแห้งๆ หนาๆ ได้ 3. เมื่อฉีดดรายแชมพูทั่วเส้นผมแล้ว ใช้นิ้วค่อยๆ นวดบริเวณโคนผมและหนังศีรษะ เพื่อให้ดรายแชมพูกระจายทั่วพื้นที่ และทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที เพื่อให้สเปรย์เซ็ตตัว 4. ใช้ไดร์เป่าผม เป่าให้ทั่วๆ บริเวณโคนผมประมาณ 30 วินาที 5. ขณะที่เป่าผม ใช้แปรงหวีผมเพื่อจัดทรงผมตามที่ต้องการ เพียงเท่านี้ก็ได้ผมสวยนุ่มลื่นเหมือนเพิ่งสระผมใหม่แล้วล่ะค่ะ ทั้งนี้เพราะความร้อนจากไดร์เป่าผม จะช่วยให้ดรายแชมพูกระจายตัวได้ทั่วหนังศีรษะ ช่วยให้เกาะเส้นผมได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยล็อกความมันได้ดี จึงทำให้ดรายแชมพูอยู่ได้นานยิ่งขึ้นนั่นเอง ข้อควรระวังในการใช้ดรายแชมพู แม้ว่าดรายแชมพูจะมีประโยชน์อย่างมาก แต่ก็ไม่ควรใช้ติดต่อกันทุกวัน เพราะจะทำให้หนังศีรษะอุดตัน และเกิดเป็นรังแคได้ ดรายแชมพูช่วยให้เส้นผมของคุณดูสวยดูมีวอลุ่ม ไม่มัน ไม่ลีบแบน แต่ก็ต้องใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสมด้วยนะคะ ก็เหมือนกับ แชมพูแก้ผมร่วง ที่จะต้องใช้อย่างถูกต้อง...

read more

เลือกกางเกงขาสั้นยังไงให้เข้ากับแฟชั่น

Posted by on 5:16 pm in 7. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on เลือกกางเกงขาสั้นยังไงให้เข้ากับแฟชั่น

เลือกกางเกงขาสั้นยังไงให้เข้ากับแฟชั่น

ประเทศไทยเรียกได้ว่าเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนค่อนข้างจะยาวนานมากกว่าที่อื่นทำให้การสวมใส่เสื้อผ้าจะต้องเน้นที่โล่งและโปร่งสบายเอาไว้ก่อน หน้าร้อนที่ยาวนานนั้นทำให้การใส่กางเกงขายาวนั้นไม่เหมาะสมคงจะไม่ใช่ช่วงของหน้าร้อนแต่เพียงอย่างเดียวหน้าฝนการใส่ ดูไม่เหมาะกับสภาพอากาศสักเท่าไร กางเกงขาสั้นที่เราใส่ควบคู่กับ เสื้อกล้ามทอม ดังนั้นกางเกงขาสั้นจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับทอมใครหลายคน แถมยังเป็นเทรนด์แฟชั่นที่กำลังฮิตมาก ๆ อีกด้วย วันนี้เราจึงมีเทคนิคในการที่จะทำให้การเลอืกกางเกงขาสั้นของเรานั้นมันดูเหมาะสมกับการแต่งกายของเราในแต่ละวันด้วย 1. ต้องดูกาลเทศะว่าเหมาะสมหรือไม่ สิ่งแรกที่ทอมทั้งหลาย ควรคำนึงถึงก่อนที่จะใส่กางเกงขาสั้นไปทำงานคือ ต้องแน่ใจว่าวันนั้นเป็นวันทำงานปกติ ไม่มีการพบปะที่เป็นทางการ เช่น การประชุมหรือว่าการพบปะกับลูกค้า ซึ่งบางสำหนักงานก็ไม่อนุญาตให้ใส่เพราะว่าการใส่กางเกงขาสั้นอาจดูไม่ค่อยสุภาพเท่าไร แต่หากบางทีไม่ได้เน้นในเรื่องของพิธีการอะไรมากมายการใส่กางเกงขาสั้นมาทำงาน โดยไม่ได้เน้นที่สีฉูดฉาดนั้นย่อมที่จะทำได้ โดยสีที่เรานั้นนิยมใส่คู่กับกางเกงขาสั้นคือ สีพื้นคู่กับเสื้อเชิ้ต เท่านี้ก็พอแล้ว 2. เสื้อสูทกับกางเกงขาสั้นที่มีสีเข้ากัน บอกได้เลยว่าทั้งใส่สบายอีกทั้งยังไม่ตกเทรนด์อีกด้วย สามารถที่จะเสริมลุคให้ดูสบาย ๆ ด้วยการเลือกสูทสีที่ชอบ ไม่เน้นที่ฉูดฉาดจนสะดุดตาเกินไป การเลือกสีของกางเกงขาสั้นให้เป็นโทนสีเดียวกันกับสูท 3. กางเกงขาสั้นกับลุคชิล ๆ สำหรับวันสบายๆ สามารถที่จะใส่ไปเที่ยวได้อย่างดี เช่น การไปเที่ยวทะเล การเดินเล่นริมหาดทราย คู่กับรองเท้าแตะจะเลือกใส่รองเท้าแตะ 4. เสื้อแนวสปอร์ตกับกางเกงขาสั้น ก็ช่วยเสริมลุคให้คุณดูดีแค่สวมเสื้อยืดสีพื้นมาใส่คู่กับกางเกงขาสั้นโดยเลือกสีที่มีโทนใกล้เคียงกัน 5. เลือกกางเกงขาสั้นที่พอดีกับรูปร่างไม่ใหญ่มากจนเกินไป จะทำให้ดูไม่ดีและรัดเกินไปก้จะทำให้อึดอัด ดังนั้นพยายามเลือกกางเกงที่พอดีตัว 6. ดูแลผิวตัวเองด้วย นอกจากใส่กางเกงขาสั้นจะทำให้เกิดปัญหาผิวดำได้ง่ายดังนั้นอย่าลืมทาครีมกันแดด...

read more

การเลี้ยงปลาแรด สามารถทำได้อย่างไร

Posted by on 2:22 am in 7. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on การเลี้ยงปลาแรด สามารถทำได้อย่างไร

การเลี้ยงปลาแรด สามารถทำได้อย่างไร

เรารับประทานปลาเป็นอาหารกันมานานมากแล้วตั้งแต่ในยุคเริ่มต้น ปลาถือเป็นอาหารที่อยู่คู่ทุกสังคม ในสังคมไทยชองเราก็เช่นกัน ปลาที่เราเลี้ยงและรับประทานกันนั้นมาจากหลายสายพันธุ์ และมีการเลี้ยงที่แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสม รวมถึงมีทั้งปลาทะเล และปลาน้ำจืด ปลาเป็นอาหารที่มีประโยชน์ และการเลี้ยงปลาสามารถทำได้หลายวิธี เช่น เลี้ยงใน กระชังปลา ในนาข้าว ในบ่อดิน เป็นต้น วันนี้เราจะพูดกันถึงปลาอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการนำมาเลี้ยง และเป็นปลาสายพันธุ์ของไทยเรานั่นก็คือ ปลาแรด ปลาแรดเป็นปลาขนาดใหญ่ ซึ่งมีขนาดความยาวถึง 65 เซนติเมตร ปลาแรดทำรังวางไข่ด้วยเศษไม้ใบหญ้า ในระดับใต้น้ำ 30 เซนติเมตร ไข่มีน้ำหนักเท่ากับน้ำ ลอยตัวอยู่ในรัง ลูกปลาที่ฟักเป็นตัวจะลอยหงายท้อง จนกว่าไข่แดงจะยุบ ใช้เวลาประมาณ 5 วัน จึงจะเริ่มกินอาหาร ปลาแรดจะวางไข่ตลอดปีในบ่อที่กว้าง เป็นปลาที่เนื้อมีรสชาติดี นิยมใช้ปรุงอาหาร และอยู่ในความสนใจของชาวยุโรป มีผู้นำไปเลี้ยงในฝรั่งเศส การเลี้ยงปลาแรดแพร่กระจายทั่วไป ในอินโดนีเซีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน อินเดีย ศรีลังกา และฟิลิปปินส์ ปลาแรดวางไข่ตามธรรมชาติในบ่อ ซึ่งมีพันธุ์ไม้ น้ำจำพวกหญ้าหรือกก ซึ่งปลาแรดได้อาศัยทำรังวางไข่ ผู้เลี้ยงปลาอาจจะเตรียมรังไข่ ซึ่งสานด้วยไม้ไผ่ไปวางตามชายฝั่งใต้ผิวน้ำ 20 เซนติเมตร บ่อสำหรับปลาแรดวางไข่มีขนาดประมาณ 100 ตารางเมตร ปล่อยแม่ปลา 10 ตัว พ่อปลา 5 ตัว อาหารที่ใช้เลี้ยงประกอบด้วย ใบมันสำปะหลัง ใบแค หรือพืชอื่นๆ 5 กิโลกรัม ต่อบ่อต่อวัน และรำข้าว 4 ลิตรต่อบ่อต่อ 3 วัน สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ปลาจะใช้เวลาทำรังประมาณ 10 วัน หลังจากทำรังเสร็จแล้ว 3 วัน ปลาจะเริ่มวางไข่ แต่ละรังจะมีไข่ 3,000-4,000 ฟอง และไข่จะฟักเป็นตัวภายใน 5 วัน ลูกปลาแรดกินแพลงก์ตอนสัตว์ และเมื่อมีอายุ 10 วัน จะมีความยาว 1 เซนติเมตร จะนำมาปล่อยเลี้ยงในบ่อดินขนาด 40-200 ตารางเมตรต่อลูกปลา 1 รัง ให้ปลวกเป็นอาหารบ่อละ 1 ช้อนชาต่อวัน และให้กากถั่วสมทบอีกประมาณ 2 ช้อนชาต่อวัน เมื่อลูกปลาอายุ 3 เดือนจะมีความยาวประมาณ 3 เซนติเมตร และเมื่ออายุ 5 เดือน จะมีความยาวประมาณ 5-8 เซนติเมตร ลูกปลาขนาดดังกล่าวจะกินอาหารพวกพืช เช่น แหนเป็ด แหนตีนตุ๊กแก หรือใบพืชหั่นฝอย ปลาแรด เป็นปลาที่โตช้า ต้องเลี้ยง 2-3 ปีจึงจะโตได้ขนาดที่ตลาดต้องการ และให้ผลผลิตต่ำ คือประมาณ 40 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี อย่างไรก็ตาม ปลาแรดก็ยังถือเป็นปลาสายพันธุ์ไทยชนิดหนึ่งที่มีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย และเป็นที่นิยมในบางพื้นที่ หรือในบางประเทศ...

read more

ดูแลตัวเองดีๆ ในชีวิตประจำวัน คุณเองก็มีผมสวยได้

Posted by on 4:49 pm in 7. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on ดูแลตัวเองดีๆ ในชีวิตประจำวัน คุณเองก็มีผมสวยได้

ดูแลตัวเองดีๆ ในชีวิตประจำวัน คุณเองก็มีผมสวยได้

การดูแลเส้นผม ใครว่าจะต้องเจาะจงที่การดูแลเส้นผมและหนังศีรษะโดยเฉพาะเท่านั้น แม้ว่าการดูแลอย่างเฉพาะเจาะจงจะมีความสำคัญ แต่การดูแตนเองให้ดีในชีวิตประจำวันของคุณ ก็สามารถช่วยให้คุณมีผมสวย นุ่มสลวย และลดอาการผมร่วงได้เช่นกัน การปฏิบัติตนต่างๆ ที่คุณควรดูแลตนเองในชีวิตประจำวันให้ดี และมีผลต่อสุขภาพเส้นผมของคุณอีกด้วย มีดังต่อไปนี้ รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กและโปรตีน แค่บำรุงเส้นผมภายนอกนั้นอาจไม่เพียงพอ ต้องบำรุงตั้งแต่ข้างในด้วย โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม เช่น ถั่วดำ งาดำ ผักใบเขียว เมล็ดบัว ไข่แดง ตับอ่อน เนื้อสัตว์ ธัญพืชต่าง ๆ เพราะอาหารจำพวกนี้อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก โปรตีนและวิตามินต่าง ๆ ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญของเส้นผม ช่วยเพิ่มออกซิเจนแลกเปลี่ยนระหว่างเซลล์ได้มากยิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงกาเฟอีนและนิโคติน สารพิษในบุหรี่นั้นขัดขวางระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกาย ส่วนกาเฟอีนในชาและกาแฟทำให้เส้นเลือดหดตัว ซึ่งไปขวางทางออกซิเจนและอาหารที่จะไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่างๆ รวมไปถึงเซลล์เส้นผมของเรา ส่งผลให้ผมของเรานั้นขาดสารอาหารและออกซิเจนจนเป็นสาเหตุของการหลุดร่วงได้ ไม่เครียด ทำจิตใจให้สบาย อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าสาเหตุของผมหลุดร่วงนั้นมีหลายปัจจัย วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือแก้จากต้นเหตุ หากคุณรู้ตัวว่าสะสมความตึงเครียด ก็ให้หากิจกรรมสนุกๆ ทำดีกว่า อย่ามัวแต่วิตกกังวล ปล่อยใจให้สบายๆ ร่าเริงเข้าไว้ เพราะความเครียดไม่ใช่แค่เป็นต้นเหตุทำให้ผมหลุดร่วงเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นเหตุของโรคอื่นๆ ตามมาอีกมากมายอีกด้วยนะ รู้อย่างนี้แล้ว ทำจิตใจให้แจ่มใสไว้นะคะ ไม่ตากแดด แสงแดดนอกจากจะทำร้ายผิวหนังของเราแล้วยังทำลายเส้นผมของเราด้วยเช่นกัน เพราะรังสียูวีจะไปทำลายสารเคลือบผม ลดความชุ่มชื้น จนทำให้ผมแห้งกรอบ เปราะหัก หลุดร่วงได้ง่าย ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงแสงแดดได้โดยเฉพาะในช่วงเวลาบ่ายโมงก็เลี่ยงกันไว้ก่อนดีกว่า ดูแลตนเองดี คุณก็ดูแลเส้นผมของคุณให้ดีได้เช่นกัน และหากคุณมีอาการ ผมร่วงหลังคลอด คุณก็จะต้องดูแลเส้นผมควบคู่ไปกับการดูแลลูกน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกของคุณด้วย ไม่ควรปล่อยไว้อย่างเด็ดขาด...

read more

เก็บรักษากระเป๋าหนังใบโปรดอย่างไร

Posted by on 3:23 pm in 7. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on เก็บรักษากระเป๋าหนังใบโปรดอย่างไร

เก็บรักษากระเป๋าหนังใบโปรดอย่างไร

การหาเงินมาซื้อกระเป๋าสักใบที่เราชื่นชอบนั้นว่ามันคือเรื่องยากแล้วแต่เรื่องของการที่เราเมื่อซื้อกระเป๋ามาจาก โรงงานผลิตกระเป๋า มาแล้วจะทำการรักษาและดูแลอย่างไรให้สามารถที่จะคงทนใช้งานได้นานแล้วมันก็ดูสวยเหมือนเดิมนั้นมันอยากยิ่งกว่า ซึ่งอันที่จริงแล้วนั้นหลักในการดูแลกระเป๋าที่เป็นหนังแท้ นั้นมันมีหลักการพื้นฐานแทบที่จะไม่ต่างกันเท่าไหร่ คือ หลังจากที่เราใช้กระเป๋าเสร็จแล้วนั้นก่อนที่เราจะเก็บเพื่อนำไปใช้ต่อครั้งหน้าหรือว่าเก็บไว้นานๆค่อยเอามาใช้ใหม่จะต้องเช็ดทำความสะอาดก่อน ยิ่งถ้ากระเป๋าเปียกน้ำหรือชื้น นั้นต้องระวังมากไม่งั้นอาจจะเกิดเชื้อราได้ยิ่งต้องรีบทำความสะอาดเพราะหนังแท้เมื่อโดนความชื้นนานๆอาจทำให้หนังแท้เสื่อม ยากต่อการเก็บรักษา วันนี้เราจึงจะมาพูดถึงการที่เราจะวิธีการเก็บรักษากระเป๋าหนังแท้ของเราให้สามารถใช้งานกันได้ยาวๆแถมหนังนั้นยังไม่เสื่อมอีกต่างหาก 1. เก็บกระเป๋าหนังแท้ในถุงผ้าแบบที่ใช้สำหรับเก็บกระเป๋าโดยเฉพาะ เพราะว่าอะไรเพราะว่าถุงผ้าที่ใช้ในการเก็บรักษาหนังแท้โดยเฉพาะนั้นจะมีคุณสมบัติที่เด่นคือ ลมผ่านได้ดี และสามารถกันฝุ่นได้ไม่เหมือนถุงพลาสติกทั่วไปที่ไม่มีคุณสมบัตินี้เลย 2. ไม่ควรเก็บกระเป๋าไว้ในถุงพลาสติกอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะกระเป๋าหนังแท้ของเราเพราะว่าการเก็บในถุงพลาสติกนั้นจะทำให้หนังของกระเป๋ากรอบเพราะว่าทำให้เกิดการสะสมของความร้อน 3. ก่อนเก็บกระเป๋าหนังของเราเอาไว้ในตู้เสื้อผ้านั้น จะต้องใส่ถุงในการเก็บกระเป๋าก่อนเสมอ มิฉะนั้นจะทำให้สีจากตู้หลุดมาติดกระเป๋าหนังของเราได้ ของเราได้ โดยเฉพาะกับหนังแก้ว 4. เมื่อยามว่างควรนำกระเป๋าออกมารับออกซิเจนบ้าง โดยนำกระเป๋าออกจากถุงผ้า ให้หนังได้สัมผัสอากาศ ตั้งไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก แต่อย่านำไปตากแดดเป็นอันขาดเพราะว่าจะเกิดปัญหาหนังกรอบและก็สีซีดได้ 5.ยืดอายุกระเป๋าด้วยสเปรย์หรือครีมรักษาหนัง หามาฉีดหรือว่าทากระเป๋าให้ทั่วก่อนการใช้งาน เพื่อให้หนังมีคุณภาพดีและช่วยยืดอายุการใช้งานได้ดีอีกด้วย ซึ่งชนิดหรือว่ายี่ห้อของผลิตภัณฑ์นั้นก็แล้วแต่จะเลือกซื้อกันได้เลย 6. การรักษารูปทรง หากต้องการในการที่จะรักษารูปทรงกระเป๋าเอาไว้ให้เหมือนเดิมก็สำคัญเช่นเดียวกับการรักษาสภาพหนังดังนั้นหากต้องการรักษาทรงเอาไว้ควรที่จะหากระดาษยัดไว้ในกระเป๋า เพื่อรักษารูปทรงให้สวยเหมือนเดิม...

read more

ลักษณะของไม้เนื้อแข็งแต่ละชนิด กับคุณสมบัติของไม้

Posted by on 4:38 pm in 7. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on ลักษณะของไม้เนื้อแข็งแต่ละชนิด กับคุณสมบัติของไม้

ลักษณะของไม้เนื้อแข็งแต่ละชนิด กับคุณสมบัติของไม้

ไม้เนื้อแข็ง เป็นไม้ประเภทหนึ่งที่เรายังคงนิยมในการนำมาผลิตโต๊ะ หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่ต้องการความสวยงาม ความทนทาน รับน้ำหนักได้ดี และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สำหรับผู้ รับผลิตโต๊ะเก้าอี้ไม้ หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้นั้น จะมีการใช้ไม้เนื้อแข็งหลากหลายชนิดในการผลิต และมาจากหลายแหล่งด้วยกัน แม้ว่าจะเป็นไม้เนื้อแข็งเหมือนกัน แต่ไม้แต่ละประเภทนั้นก็จะมีลักษณะ และคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย ดังต่อไปนี้ ไม้เต็ง มีลักษณะ กระพี้สีน้ำตาลอ่อนออกเหลืองแก่นสีน้ำตาลปนเหลืองเข้มเมื่อถูกแดดเมื่อไม้แห้งเป็นสีน้ำตาลออกแดงเข้ม เสี้ยนไม้ละเอียดแข็งเนื้อไม้แข็งมีความหนาแน่นสูงและมีความแข็งแรงและความทนทานสูงกว่า 10 ปี ไม้เต็งเทียม (รีสัก) เมื่อแปรรูปใหม่จะเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง เสี้ยนไม้หยาบแข็งเนื้อไม้มีความใกล้เคียงกับเต็งต่างกันตรงที่ไม้เต็งเทียมจะมียางออกมา ไม้ตัวลังหรือไม้แมงกีส กระพี้และแก่นไม้สีต่างกันกระพี้สีขาวปนเหลืองอ่อนแก่นสีน้ำตาลแดงถึงเข้ม เปลี่ยนสีน้ำตาลแดงคล้ำเมื่อถูกแดดฝน เนื้อไม้ค่อนข้างหยาบมีความทนทานประมาณ 5 ปี ไม้แคมปัส กระพี้หรือแก่นสีต่างกันกระพี้สีขาวแกมเหลืองแก่นสีน้ำตาลออกแดงสดสีแดงส้มเมื่อแปรรูปใหม่กลายเป็นสีน้ำตาลแดงเมื่อถูกแดดและฝน เนื้อไม้หยาบไสกบค่อนข้างยากความทนทานประมาณ5 ปี หลุมพอ กระพี้และแก่นสีต่างกันกระพี้มีสีเหลืองซีดหรือสีครีมแก่นมีสีเหลืองหรือสีส้มปนน้ำตาลแดงจะคล้ำเมื่อถูกแดดฝน เนื้อค่อนข้างหยาบความทนทานประมาณ 10 ปี Red Balau กระพี้และแก่นสีต่างกันกระพี้สีขาวออกน้ำตาลจางๆ ปนชมพูหรือน้ำตาลเทา แก่นสีน้ำตาลแดงเข้ม เนื้อไม้ค่อนข้างละเอียดไสกบยากนิดหน่อย ความทนทานประมาณ 10 ปี จะเลือกใช้ไม้เนื้อแข็งชนิดใดนั้น ก็จะต้องทราบถึงลักษณะของเนื้อไม้...

read more

จะเลือกกระเป๋าเดินทาง ต้องตรวจสอบอย่างไรบ้าง

Posted by on 2:41 pm in 7. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on จะเลือกกระเป๋าเดินทาง ต้องตรวจสอบอย่างไรบ้าง

จะเลือกกระเป๋าเดินทาง ต้องตรวจสอบอย่างไรบ้าง

กระเป๋าเดินทางนั้น เป็นสิ่งหนึ่งที่เรามักมีติดตู้เอาไว้อย่างน้อยคนละหนึ่งใบ เพื่อให้สามารถใช้งานในเวลาเดินทางอย่างเหมาะสมได้ กระเป๋าเดินทางมีหลายแบบ แต่แบบหนึ่งที่เราจะนึกถึงได้ก็คือกระเป๋าเดินทางแบบมีล้อลาก ซึ่งกระเป๋าเดินทางประเภทนี้ มีทั้ง กระเป๋าเดินทางราคาถูก และราคาสูงให้เลือก สำหรับการพิจารณาเลือกซื้อ มีหลักในการพิจารณาเพื่อให้ได้กระเป๋าที่มีคุณภาพ และมีความคุ้มค่าอยู่ 4 จุดหลักๆ ดังต่อไปนี้ ตัวกระเป๋า กระเป๋าเดินทางแบบ Hard case นั้นผลิตจากวัสดุหลายแบบต่างกันไป ราคาของกระเป๋าก็จะขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ การเลือกกระเป๋าควรเลือกที่ทำจากวัสดุที่มีความเหนียวแน่น ทนต่อแรงกระแทก และทนต่อการขูดขีด อย่าง PP (Polypropylene) หรือโพลีพรอพเพอลีน ซึ่งจะเหมาะมากสำหรับนักเดินทางทั่วไป เพราะทั้งน้ำหนักไม่มาก มีความทนทาน และราคาประหยัดกว่าอีกด้วย ซิป ควรเลือกซิปที่มีขนาดใหญ่ แข็งแรง เปิดออกง่าย เป็นซิปที่รูดได้สองทิศทางเพื่อสะดวกในการใช้งาน การเลือกกระเป๋าแบบซิปสองชั้นก็จะช่วยป้องกันซิปแตกง่ายหรือโดนกรีดจากช่องซิปได้ แต่ถ้าต้องการความปลอดภัยในการเดินทางที่มากยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีกระเป๋าเดินทางแบบเฟรมหรือแบบไร้ซิบให้เลือกใช้อีกด้วย  ซึ่งช่วยป้องกันการถูกกรีดซิบได้ดีกว่า ไม่ต้องกลัวว่าซิปจะแตกหรือเปิดออกเองโดยไม่ตั้งใจระหว่างการเดินทาง โดยเฉพาะใช้เป็นระบบล็อก 3 จุดแทน แข็งแรงมากยิ่งขึ้น คันชักกระเป๋าและหูจับ คันชักแบบยืดหดได้ควรเลือกแบบที่มีความแข็งแรง มีตัวล๊อคก้านคันชักที่สามารถปรับได้หลายระดับ เพื่อความสะดวกขณะการเดินทาง ควรติดตั้งแนบกับกระเป๋ามากที่สุด หรือเมื่อหดเก็บแล้วจะซ่อนไว้อยู่ในตัวกระเป๋าอย่างมิดชิดเรียบร้อย เพื่อป้องกันความเสียหาย ส่วนของหูจับควรมีสองด้านทั้งด้านบนและด้านข้างกระเป๋าเพื่อสะดวกต่อการยก ล้อ หนึ่งในส่วนสำคัญของกระเป๋าเดินทาง เป็นอีกหนึ่งส่วนที่ง่ายต่อการเสียหาย ควรเลือกใช้แบบ 4 ล้อมากกว่า 2 ล้อ เพราะช่วยให้ไม่เหนื่อยมาก ไม่ต้องใช้แรงเยอะเมื่อต้องลากกระเป๋าเดิน อีกทั้งควรเลือกล้อคู่แบบหมุนได้ 360 องศาเพื่อการรับน้ำหนักได้ดีกว่าและสะดวกในการลาก พิจารณาเลือกและตรวจสอบให้ครบทั้ง 4 จุด ก็ช่วยให้คุณได้กระเป๋าเดินทางที่มีคุณภาพ...

read more

นวัตกรรมของไม้อัดสำหรับการทำเฟอร์นิเจอร์

Posted by on 4:17 pm in 7. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on นวัตกรรมของไม้อัดสำหรับการทำเฟอร์นิเจอร์

นวัตกรรมของไม้อัดสำหรับการทำเฟอร์นิเจอร์

ไม้อัด OSB (Oriented Strand Board Wood) เป็นอีกนวัตกรรมของไม้วิศวกรรม โครงสร้างหลักประกอบด้วยไม้สนหรือเศษไม้เนื้อแข็ง นำมาตัดเป็นชิ้นเล็กและบาง อัดเป็นแผ่นแล้วนำมาเรียงให้มีลายไม้สลับกันไปมาหลายชั้นคล้ายกับการสานตะกร้า จากนั้นนำมาอัดกาวและเติมสารพิเศษเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้กับเนื้อไม้ เช่น ใส่น้ำยากันปลวกและเชื้อรา สำหรับปัจจุบันไม้อัด OSB มีให้เลือกใช้หลายชนิด ตามแต่วัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น ไม้อัดชนิดธรรมดา ใช้ทำเป็นไม้ลังสำหรับวางสิ่งของหรือใช้ขนส่งสินค้าทั่วไป ไม้อัดชนิดกันปลวกและเชื้อรา สามารถใช้ทำโครงสร้างบ้านได้ทั้งหลัง แต่จะป้องกันปลวกหรือกันเชื้อราได้มากน้อยเพียงใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับน้ำยาที่นำมาอาบเนื้อไม้ด้วย โดยผู้ผลิตจะทำสัญลักษณ์หรือแถบสีไว้ที่ด้านข้างของแผ่นไม้ เพื่อบอกให้รู้ว่าเป็นไม้อัดชนิดใด นอกจากนี้ไม้อัดยังสามารถที่จะใช้ในการทำเฟอร์นิเจอร์ได้เช่นกัน อย่างโต๊ะ เตียง หรือแม้แต่ โต๊ะเก้าอี้นักเรียน แต่ทั้งนี้ไม่คงทนเหมือนการใช้ไม้จริง ซึ่งคุณสมบัติของไม้อัดนั้นมีดังนี้ 1. ไม้อัดเป็นไม้ที่ผลิตจากการนำท่อนไม้มาปอกเป็นแผ่นบางๆ นำมาติดกันด้วยกาวแล้วอัดด้วยความดันและความร้อน โดยทั่วไปแล้วไม้อัดจะแบ่งเป็นหลายเกรดมาก แต่สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท คือไม้อัดทำแบบ ที่จะมีผิวไม้ไม่สวยมาก กับไม้อัดสำหรับทำเฟอร์นิเจอร์ ที่จะมีผิวหน้าที่สวยงามเหมือนไม้จริง มีความหนาให้เลือกหลายขนาด แต่ความหนาของไม้อัดนั้น จะไม่ตรงกับขนาดที่ระบุเสมอไป เพราะฉะนั้นการใช้ไม้อัดควรคำนึงถึงความหนาจริงของไม้ด้วย ทางที่ดีคือวัดขนาดจริงก่อนซื้อ 2. เป็นไม้แผ่นที่มีความสวยงามที่สุดมีลวดลายไม้ต่อเนื่องเป็นแผ่นใหญ่ โดยไม่ต้องติดแผ่นลามิเนต มีความแข็งแรงกว่าไม้ในกลุ่มไฟเบอร์บอร์ดและสามารถรับแรงได้ทั้งสองทาง ในขณะที่ไม้จริงรับแรงได้ดีในทิศทางเดียว ความแข็งแรงในการรับแรงสูงและมีความเสถียรทางด้านขนาดมาก 3. ไม้อัดเป็นวัสดุที่เราสามารถนำมาสร้างสรรค์งานได้หลากหลายมาก ถึงแม้จะมีลวดลายบนหน้าไม้สวยงาม แต่ไม้อัดยังมีข้อด้อยที่สู้ไม้จริงไม่ได้ คือมีขอบที่ไม่สวยงาม รวมถึงไม่เหมาะกับการเซาะร่อง เพราะการตัดเจาะใดๆจะทำให้เห็นชั้นของไม้อัดที่ไม่สวย โดยปกติเมื่อนำไม้อัดมาใช้ เราจะต้องปิดขอบด้วยไม้จริง หรือชิ้นส่วนของไม้จริงเพื่อความสวยงาม เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เฟอร์นิเจอร์หรือชิ้นไม้นั้นดูดี...

read more

กระจกทำมาจากอะไร

Posted by on 3:02 am in 7. ธุรกิจ บริการ | Comments Off on กระจกทำมาจากอะไร

กระจกทำมาจากอะไร

เราได้รู้จักกระจกกันมาอย่างยาวนาน และหลายคนก็ชื่นชอบในความใส และความสวยงามของกระจก ซึ่งเราเคยสงสัยกันหรือไม่ว่ากระจกทำมาจากอะไร กระจก มีหลายประเภท มีทั้งกระจกทั่วไป และกระจกนิรภัย เช่น กระจกเทมเปอร์ ซึ่งก็ผ่านกระบวนการพิเศษอีกขั้นตอนหนึ่งเพื่อให้ได้กระจกนิรภัยที่มีความแข็งแรง และทนทานมากขึ้น เป็นกระจกที่ห้ามซ่อมแซมกระจก หรืออุปกรณ์ด้วยตัวเองโดยเด็ดขาด ควรปรึกษาช่างติดตั้งกระจกก่อนทำการใดๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นกระจกอะไรก็ตาม กระจกนั้นก็ทำมาจากทราย กระจกทำมาจากทราย กระจกหรือแก้วต่างๆ ทำมาจากเม็ดทราย แต่ทว่าการนำ “ซิลิกา” ที่มีอยู่ในเม็ดทรายมาทำเป็นแก้วหรือกระจกนั้น ไม่สามารถใช้ไฟหรือความร้อนในระดับธรรมดามาหลอมละลายให้ซิลิกากลายเป็นกระจกได้ จะต้องใช้ความร้อนสูงเป็นพิเศษในการหล่อหลอม เนื่องจากซิลิกาเป็นแร่ธาตุที่มีคาสิโนแกร่ง จึงมีจุดหลอมเหลวสูงมาก การจะทำให้ซิลิกาถึงจุดหลอมเหลวได้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น จึงมีผู้คิดค้นวิธีที่จะทำให้ซิลิกาอ่อนตัวลงก่อนที่จะนำไปหลอมด้วยความร้อน นั่นคือการใช้ “โซดา” ซึ่งเป็นสารประกอบของโซเดียม ผสมรวมกับซิลิกาก็จะทำให้ซิลิกาอ่อนตัวลง ก่อนจะนำไปหลอมทำเป็นแก้วหรือเป็นกระจกต่อไป หลังจากซิลิกาถูกหลอมเหลว โมเลกุลของคาสิโนจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทำให้เมื่อเย็นลงจึงมีลักษณะใสไม่ขุ่นขาวเหมือนเช่นตอนที่เป็นซิลิกาก่อน หลอมละลาย กระจกบางประเภทถูกนำไปประกอบสร้างแบบพิเศษ เช่น เคลือบเนื้อสารบางประเภทอย่างเช่นพลาสติกด้านเดียวหรือทั้งสองด้าน (เนื้อสารที่นำมาเคลือบเรียกว่าฟิล์ม) เพื่อให้ทึบแสงหรือเพื่อให้ไม่แตกร่วนหรือเพื่อให้เมื่อแตกแล้วไม่มีความคมคล้ายเมล็ดข้าวโพด เช่น กระจกรถยนต์ ปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตกระจกมีความก้าวล้ำอย่างมาก ทำให้ทุกวันนี้มีผู้ประกอบการกระจกหลายราย ได้มีการคิดค้นพัฒนาส่วนผสมที่ใช้ในการผลิตกระจกให้คุณภาพสูง มีความทนทานมากกว่า เพื่อให้กระจกมีคุณสมบัติสำหรับใช้งานแตกต่างกัน เช่น กระจกกันความร้อน หรือกระจกกันกระสุน เป็นต้น แม้ว่ากระจกนั้นจะทำมาจากวัตถุดิบอย่างทราย แต่เราก็สามารถนำมาทำได้อย่างสวยงาม และยังสามารถพัฒนาต่อยอดจนในปัจจุบันนี้เราสามารถมีกระจกหลากหลายประเภท และเหมาะสมกับการนำมาใช้ในส่วนต่างๆ ตามวัตถุประสงค์...

read more